จับสึกแล้ว เจ้าอาวาสข่มขืนเด็กจนท้อง รวบตัวที่สำนักสงฆ์ในโคราช

จับสึกแล้ว เจ้าอาวาสข่มขืนเด็กจนท้อง รวบตัวที่สำนักสงฆ์ในโคราช

จากกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดในจ.บุรีรัมย์ พระครูสง่า มอมยาข่มขืนเด็กตั้งแต่อยู่ชั้นม.2 จนถึง อายุ 18 ปี จนเด็กท้องได้ 5 เดือน แล้วหลบหนีหายไปหลังจากเจรจาขอจ่ายค่าเสียหาย 150,000 บาทให้แม่เด็ก ล่าสุดวานนี้ (4 ก.ย.) ตำรวจสามารถตามจับกุมพระรูปดังกล่าวได้ที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในอ.ประทาย จ.นครราชสีมา

โดยการจับกุมครั้งนี้ พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.หนองสองห้อง จ.บุรีรัมย์ 

ได้ให้ข้อมูลจากการสืบสวนแก่กองปราบปราม จนกระทั่งทราบว่า พระครูสง่าหนีไปกบดานที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว และปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ ส่วนเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ปฏิเสธไม่รู้ว่าพระรูปดังกล่าวไปก่อเหตุอะไรมา

อย่างไรก็ตาม หลังติดตามจับกุมตัวมาได้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระครูสง่าไปหาพระครูประทีป ธรรมนุจิตโต เจ้าอาวาสวัดกะโดน จ.นครราชสีมา เพื่อเปล่งวาจาสึกต่อหน้าแล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แต่ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เพราะผ่านกระบวนการของพนักงานสอบสวนแล้ว

พบเสือดาวถูกเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เจ้าของอ้างได้มาถูกกฎหมาย วานนี้ (3 ก.ย.) เฟซบุ๊กเพจ ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวดง เผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย รวมถึงตำรวจภูธรนาจอมเทียน ได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งใน ซอยนาจอมเทียน 32 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี หลังได้รับรายงานว่าบ้านหลังดังกล่าวเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างเสือดาวไว้

โดยเสือดาวตัวนี้ถูกเลี้ยงให้อาศัยร่วมกับเจ้าของบ้านเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง และทางทีมคาดว่าเจ้าของอาจได้มาอย่างไม่ถูกต้องด้วยกฎหมาย อีกทั้งยังสามารถหลุดออกไปทำร้ายผู้คนข้างนอกได้เพราะบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในชุมชน

 เมื่อเข้าตรวจสอบ น.ส.นิตยา อิสระศิลป์ เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายมาจากเชียงใหม่ โดยมาเช่าบ้านหลังนี้ อยู่กับสามีชาวต่างชาติได้เพียง 4-5 วัน ทั้งคู่นำเสือดาวเพศผู้ชื่อ ‘ไต้ฝุ่น’ ที่ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เกิดมาอาศัยอยู่ด้วยที่บ้านนี้ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สีชมพู มีพื้นที่รวมประมาณ 200 ตารางวา บริเวณพื้นที่ว่างรอบตัวบ้านทั้งหมดมีล้อมรั้วคอนกรีตและมีการขึงลวดตาข่ายขนาด 1 นิ้ว สูงจากพื้น3 เมตร ครอบคลุมเต็มพื้นที่

เสือตัวนี้เป็นเสือโตเต็มวัย มีอายุประมาณ 4 ปี โดยน.ส.นิตยาได้นำเอกสารการได้มา แสดงต่อทีมเจ้าหน้าที่ เป็นใบ สป. 1 ลงวันที่ 2 ก.ย. ปี 2546 รุ่นแรกมีเสือดาว 3 ตัว แต่ตายไปหมดแล้ว แต่เสือดาวรุ่นแรกมีลูกออกมา 2 ตัวคือ ไต้ฝุ่น เพศผู้ และ ฟ้าใส เพศเมีย ซึ่งฟ้าใสนั้นยังอยู่ที่จ.เชียงใหม่ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายมาจังหวัดชลบุรีด้วยได้ เนื่องจากป่วย และอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองสามีภรรยาเคยถูกดำเนินคดีในท้องที่อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ปี 2561 แล้วครั้งหนึ่ง แต่พนักงานอัยการมีความเห็นไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหา พร้อมคืนของกลางให้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบแล้ว และเชื่อได้ว่าหลักฐานการได้มาถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่น.ส.นิตยายังไม่ได้ไปยื่นคำขอครอบครองต่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งอายัด ห้ามเคลื่อนย้าย ทำให้เสียหาย สูญหาย หรือเสื่อมสภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ทั้งสองเลี้ยงเสือดาวตัวนี้ไว้เฉพาะบริเวณบ้านเท่านั้น จนกว่าจะได้รับอนุญาตครอบครอง นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าของบ้านทั้งสองปรับปรุงรั้วในบ้านให้มีความแข็งแรง เหมาะสมต่อการเลี้ยงสัตว์ป่าประเภทเสือดาวด้วย

ครูฟาดนักเรียนเกือบ 30 ครั้งจนไม้หัก-ก้นระบมนั่งไม่ได้ เหตุไม่ทำการบ้าน

วันนี้ (4 ส.ค.) มีรายงานว่าครูรายหนึ่งในโรงเรียนในจ.พระนครศรีอุธยา ใช้ไม้รำกระบี่กระบองฟาดเด็กนักเรียนประมาณ 25-26 ครั้ง เป็นการทำโทษที่ไม่ยอมทำการบ้าน เรื่องที่เกิดขึ้นถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์พร้อมภาพของเด็กนักเรียนรายดังกล่าวที่มีร่อยรอยบาดเจ็บ บอบช้ำ บริเวณบั้นท้ายและหลังหลายจุด โดยผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวคือผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เก่ง สุขรัตน์ และระบุว่า ในวันดังกล่าวเด็กบาดเจ็บจนไม่สามารถนั่งได้ และต้องยืนเรียนตั้งแต่เช้าจนกระทั่งโรงเรียนเลิก นอกจากนี้ครูรายดังกล่าวยังสั่งเด็กว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกผู้ปกครองอีกด้วย

หลังเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ไปในวงกว้าง ก็มีผู้เข้ามวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้จำนวนมาก และมองว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และเข้าข่ายทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการลงโทษโดยด่วน

วานนี้ (3 ก.ย.) เฟซบุ๊กเพจ นี่ห้องโชว์ไก่ 日本紹介 ได้รายงานข่าวจากประเทศญี่ปุ่น หลังศุลกากรโตเกียวและตำรวจญี่ปุ่นสามารถจับกุมหญิงไทย 8 รายที่ลักลอบขนยาเสพติดจำนวน 1.9 กก. เข้าประเทศ โดยซุกไว้ในชุดชั้นใน

ทั้งหมดเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกับกรุ๊ปทัวร์ แต่ได้แยกตัวออกจากลุ่มเพื่อไปขนยา ซึ่งยาเสพติดดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 114 ล้านเยน หรือประมาณ 32 ล้านบาท