ตม.เพิกถอนวีซ่าเจ้าของบ้านลอยน้ำในทะเลใกล้เกาะภูเก็ตแล้ว พบเปิดโรงงานไม่มีใบอนุญาต

ตม.เพิกถอนวีซ่าเจ้าของบ้านลอยน้ำในทะเลใกล้เกาะภูเก็ตแล้ว พบเปิดโรงงานไม่มีใบอนุญาต

อุตสาหกรรมภูเก็ตลงพื้นที่ตรวจสอบโรงานสร้างบ้านลอยน้ำในทะเลใกล้เกาะภูเก็ต เบื้องต้นพบเปิดโรงงานไม่มีใบอนุญาต ด้าน ตม.เพิกถอนวีซ่าเจ้าของบ้านลอยน้ำในทะเลใกล้เกาะภูเก็ตแล้ว พบยังอยู่เมืองไทย จากกรณีที่เวปไซค์ของโอเรียนบิลเดอร์ ได้รายงานความสำเร็จการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยลอยน้ำ ของกลุ่ม Seasteading เมื่อ 4 มี.ค.2562 ของ Chad Andrew Elwartowski และ Nadia Summergirl เพื่อโฆษณาชักชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดการสถาปนาเป็นรัฐอิสระ หรือ เขตปกครองตนเอง ขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ในบริเวณอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทยนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (17 เม.ย.) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 

เป็นประธานการประชุมชาวต่างชาติและภรรยาไทยได้สร้างบ้านลอยน้ำ (Seasteading) เป็นเขตปกครองตัวเองเหนือน่านน้ำสากล บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2562 โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายวันฉัตย ชุณหถนอม เจ้าหน้าที่ชุดพลเรือนประจำชุด คสช.จังหวัดภูเก็ต ตามคำสั่ง คสช. อัยการ กอ.รมน.ภูเก็ต เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ตัวแทนจากทัพเรือภาคที่ 3 ประมง โยธาธิการและผังเมือง อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างบ้านพักอาศัยในทะเล ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กรณีที่มีการสร้างวัตถุลอยน้ำในน่านน้ำใกล้กับเกาะภูเก็ต ห่างจาเกาะราชาใหญ่กว่า 12 ไมล์ หรือห่างจากเกาะภูเก็ตไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากบริเวณแหลมพันวา 39 กิโลเมตร หลังจากที่ได้มีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้งในวันที่ 13 และ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งการดำเนินการนั้นได้แบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน คือ การตรวจสอบในทะเล ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของศร.ชล เขต 3 และการตรวจสอบบนบก หรือในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตทั้งหมด

โดยการประชุมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบในพื้นที่รับผิดชอบของจังหวัดภูเก็ตในวันนี้นั้น ทางจังหวัดได้มีการตรวจสอบในส่วนของการว่าจ้างก่อสร้างวัสดุลอยน้ำดังกล่าว ว่าได้มีการก่อสร้างในพื้นที่ใดของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตทราบแล้วว่าอยู่จุดไหนของเกาะภูเก็ต โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ ทางอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตจะได้เข้าไปตรวจสอบว่าโรงงานที่มีการก่อสร้างวัสดุลอยน้ำดังกล่าวมีใบอนุญาตดำเนินการถูกต้องหรือไม่อย่างไร

นายวัชรินทร์ ไชยานุพงศ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานที่ก่อสร้างวัสดุลอยน้ำ หรือ บ้านลอยน้ำในทะเลนั้น ตั้งอยู่ที่บ้านคอเอน หมู่ที่ 7 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นโรงงานอู่ต่อเรือ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้ขอใบอนุญาตเปิดเป็นโรงงานต่อเรือแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย จะต้องมีการดำเนินการสั่งปิดต่อไป

ในส่วนของเจ้าของบ้านลอยน้ำดังกล่าว ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยชาวต่างชาติ และ ผู้หญิงไทย 

ซึ่งเป็นภรรยา นั้น พ.ต.อ.คฑาธร คำเที่ยง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่า คนต่างด้าวที่เป็นผู้ดำเนินการลงทุนก่อสร้างบ้านลอยน้ำนั้น เข้าเมืองมาโดยใช้วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว หรือ นอน-อิมมิแกรนท์ (Non-Immigrant) ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ 90 วัน หลังจากนั้นได้มีการต่อวีซ่ามาโดยตลอด วีซ่ายังไม่ขาด แต่เมื่อเกิดเหตุทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้รายงานเข้ามายังตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ว่า บุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวเข้ามาดำเนินการในลักษณะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเข้าตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 12 บุคคลต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม และความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของราชอาณาจักร ทาง ตม.ภูเก็ตได้เสนอขออนุมัติเพิกถอนวีซ่าอยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว และได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน จึงได้มีการดำเนินการลงบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักรแล้ว

พ.ต.อ.คฑาธร กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลต่างด้าวคนดังกล่าว มีที่พักอาศัยอยู่ในภูเก็ตตามที่ได้แจ้งไว้จริง แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบไม่พบคนต่างด้าวรายดังกล่าวอาศัยอยู่ในบ้านหลังที่ได้แจ้งไว้กับ ตม.โดยเข้ามาภูเก็ตตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และจากการตรวจสอบพบว่ามีความสัมพันธ์กับคนไทยในการดำเนินการสร้างบ้านอาศัยในทะเลหลังดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการแจ้งให้บุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวทราบว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในประเทศไทยอีก และจากการตรวจสอบถามเอกสาร ตม.บุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวยังอาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดตามตัว โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามตัวต่อไป

ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้น พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้ส่งนายทหารพระธรรมนูญมาแจ้งก่อกล่าวหาคนต่างด้าวและคนไทยที่ดำเนินการก่อสร้างบ้านพักอาศัยลอยน้ำดังกล่าว ที่ สภ.วิชิตแล้ว ในข้อหา ร่วมกันกระทำผิดเรื่องความมั่นคง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวบพยานหลักฐานกับผู้กระทำผิดทั้งสองคน โดยแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ในทะเล ขึ้นอยู่กับทัพเรือภาคที่ 3 และ เจ้าท่า คือ การเดินเรือ และบนบก ในเรื่องของการต่อเรือ ว่าดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่อย่างไร ซึ่งในส่วนนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้แล้ว